“อธิวัฒน์ ” ซิวที่ 4 สเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย, “บิ๊กต๊อด” เดินหน้าเพื่อเป้าหมายโอลิมปิก 2020

“อธิวัฒน์ ” ซิวที่ 4 สเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย, “บิ๊กต๊อด” เดินหน้าเพื่อเป้าหมายโอลิมปิก 2020

การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย รายการ “เอเชี่ยน สเก็ตบอร์ดแชมป์เปี้ยน ชีพ 2016” ที่ สหพันธ์ สเก็ตบอร์ดสากล International Skateboarding Federation (ISF) ร่วมกับ สหพันธ์กีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งเอเชีย (AXF) จัดขึ้นในช่วงระหว่าง 25-27 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่สนาม SMP นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทัพนักกีฬากว่า 100 คน จาก20 ประเทศทั่วเอเชียเข้าร่วมการชิงชัย

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 2 นักกีฬาสเก็ตบอร์ตทีมชาติไทย “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี และ “เพชร” ณภัทร์ วิจิตรจรุง ลงทำการแข่งขันในประเภท สเก็ตบอร์ด พาร์ค ผลปรากฎว่า “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี นักสเก็ตบอร์ดเบอร์ 1 ของเมือง สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โชว์ลีลาเล่นสเก็ตบอร์ดผาดโผด ทำคะแนนได้สูงถึง 75.26 คะแนน พร้อมกับคว้าอันดับ 4 ของเอเชียมาครองได้สำเร็จ โดยเป็นรองเพียงคายะกิ ไอเกะ จากญี่ปุ่น ที่คว้าอันดับ 1 ของการแข่งขันเพียงแค่ 3.14 คะแนนเท่านั้น ส่วน “เพชร” ณภัทร์ วิจิตรจรุง นักสเก็ตบอร์ดดาวรุ่งของไทยนั้นทำผลงานจบอันดับที่ 15 ของการแข่งขันโดยทำคะแนนได้ 62.18 คะแนน

ภายหลังแข่งเสร็จ “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี เปิดเผยว่า “สำหรับผลงานคว้าอันดับ 4 ของการแข่งขันรายการนี้มาครองได้ ถือว่าเป็นผลงานที่พอใจในระดับหนึ่ง สำหรับรายการนี้เป็นการแข่งขันในระดับเอเชียซึ่งมีนักกีฬาเก่งมากมาย อีกทั้งยังมีอุปสรรคในเรื่องของอากาศ เราต้องลงแข่งขันท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด และต้องใส่เสื้อ jacket หนาๆ และถุงมือเล่น ทำให้เล่นได้ไม่ถนัดเหมือนที่ฝึกซ้อมทำให้เราพลาดไปในหลายจุด

สำหรับผมถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เรารู้จุดที่ต้องปรับแก้ไขเพื่อผลงานที่ดีขึ้น หลังจากนี้เราคงกลับฝึกซ้อม เพื่อเป้าหมายในการเก็บคะแนนเพื่อให้คว้าตั๋วไปเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ให้ได้ต่อไปครับ รวมทั้งขอขอบคุณนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการ พร้อมทั้งทีมงานของสมาคมฯ ที่มีส่วนช่วยในการผลักดันพวกเรานักกีฬาเอ๊กซ์ตรีมอย่างต่อเนื่องเลยครับ

ด้าน “บิ๊กต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ประมุขเอ็กซ์ตรีมไทย เปิดเผยว่า ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผลงานของนักกีฬาทั้งสองคน โดยครั้งนี้ อธิวัฒน์ สามารถคว้าอันดับ 4 ของเอเชียมาครองได้ ต้องถือว่าทำได้ดีเพราะจากที่ได้ติดตามการฝึกซ้อม และผลงานการแข่งขันที่ผ่านมา ต้องบอกว่านักกีฬาของเรามีการพัฒนาขึ้นมากทีเดียว และนักกีฬาของเราเล่นได้แทบไม่เป็นรองเลย มีจุดผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อย ที่เราต้องนำกลับมาพัฒนา ซึ่งผมมั่นใจว่า หากนักกีฬาเราได้ฝึกซ้อม และปรับแก้จุดบกพร่องอย่างต่อเนื่องมากขึ้น เชื่อว่าโอกาสในการไปลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 คงอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดีในเวลานี้ทางสมาคมเอ็กซ์ตรีมฯ ได้มีการส่งตัวแทน คุณอภิชัตย์ รัตนิน อุปนายกฝ่ายเทคนิคเข้าร่วมการประชุมหารือกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในเรื่องการเก็บตัวนักกีฬาตลอด 4 ปีนับจากนี้ โดยจะคัดตัวจริง 5 คน ตัวสำรอง 5 คน ซึ่งตัวสำรองนี้จะเป็นนักสเก็ตรุ่นเด็กที่เป็นคลื่นลูกใหม่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับอนาคตโอลิมปิกอีก 4 ปี รวมทั้งเราได้หารือและนำเสนอถึงเรื่องสวัสดิการของนักกีฬา ที่จะต้องมาเก็บตัวฝึกซ้อมกับทางสมาคมฯ ซึ่งที่ผ่านมาเรายังติดปัญหาเรื่องการดึงเด็กมาฝึกซ้อม เพราะติดที่นักกีฬาส่วนใหญ่อยู่ในวัยกำลังศึกษาอยู่ ทำให้ไม่สะดวกในการมาเก็บตัวซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน ทางสมาคมฯได้หาแนวทาง ด้วยการให้ทั้งสวัสดิการ และทุนการศึกษา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักกีฬา นอกเหนือจากเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬา ซึ่งมีให้กับนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศอีกด้วย” คุณปิติ กล่าวต่อ

“นักบิดไทย” เหมาหัวแถววันแรก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” สนามสุดท้าย

เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สนามสุดท้าย เข้าสู่โปรแกรมอย่างเป็นทางการ ผลซ้อมวันแรกนักบิดไทย ทำผลงานยอดเยี่ยมพาเหรดคว้าหัวแถว เดชา ไกรศาสตร์ จอมเก๋าจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม นำฝูง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ขณะ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จากทีมเดียวกันเร็วที่สุดในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี.

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สนามสุดท้าย มีคิวดวลความเร็วระว่างวันที่ 2-4 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งแรก

โดยในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ลงซ้อมทั้งสิ้น 2 ครั้ง ซึ่งในการซ้อมครั้งแรก นักบิดไทยอย่าง เฉลิมพล ผลไม้ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่ลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ด กดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.906 วินาที ตามด้วย ฐิติพงศ์ วโรกร จาก ฮอนด้า ติ๊งโน๊ต เรซซิ่ง ตามหลังหัวแถวเพียง 0.100 วินาที เท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ เดชา ไกรศษสตร์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ตามหลัง 0.298 วินาที

ส่วนการซ้อมครั้งที่ 2 ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ซึ่งมีขึ้นในช่วงบ่ายเป็น เดชา ที่ขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.586 วินาที เฉือน โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียนจาก มูซาชิ บุนซิว ฮอนด้า เรซซิ่ง เพียง 0.130 วินาที เท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ เฉลิมพล ตามหลังหัวแถว 0.244 วินาที

เช่นเดียวกับรุ่น เอเชีย โปรักชั่น 250 ซี.ซี. ที่ลงซ้อมทั้งสิ้น 2 ครั้ง โดยการซ้อมครั้งแรกเป็น สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า ไทยแลนด์ ที่กดเวลามา เป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 56.733 วินาที ตามด้วย เกลัง เฮนดร้า พราทาม่า นักบิดอินโดนีเซียนจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 2 ตามหลัง 0.139 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง นักบิดไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 0.428 วินาที ด้าน อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่คว้าแชมป์ประจำปีได้สำเร็จแล้วก่อนหน้านี้ ทำเวลามาเป็นอันดับ 5 ตามหลังหัวแถว 0.746 วินาที

อย่างไรก็ดี จากการลงซ้อมครั้งที่ 2 ในช่วงบ่าย อภิวัฒน์ ที่เป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ก็สามารถกลับขึ้นมาอยู่หัวแถวบนตารางเวลาของวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.920 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง พราทาม่า ถึง 1.674 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทาเคฮิโร ยามาโมโตะ นักบิดดาวรุ่งญี่ปุ่นจาก ทริคสตาร์ เรซซิ่ง ตามหลังหัวแถว 2.048 วินาที

สำหรับโปรแกรมในสุดสัปดาห์นี้จะมีการซ้อมอีกครั้ง และควอลิฟายในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ โดยการแข่งขันเรซแรกจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม และปิดท้ายการแข่งขันเรซ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรหน้า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และ บุรีรัมย์ คาสเซิล รวมถึง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดย VIP LOUNGE 1 วัน ราคา 1,000 บาท/ 2 วัน 1,500 บาท, GRANDSTAND 1 วัน ราคา 200 บาท/ 2 วัน 300 บาท, SIDESTAND 1 วัน ราคา 100 บาท/ 2 วัน 150 บาท สอบถามได้ที่ โทร 02-262-3456 หรือ 091-716-3366

ประสบการณ์พิเศษ! “ปราสาทสายฟ้า” สอนบอลให้เด็กกัมพูชา 2 ปีติดต่อกัน

 

“โปโป้” รันโก้ โพโพวิช กุนซือใหญ่ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำทีมสต๊าฟฟ์โค้ช และนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมเปิดคลินิกฟุตบอล ถ่ายทอดประสบการณ์ และทักษะการเล่นให้กับเยาวชนกัมพูชา 120 คน ในโครงการของ ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมกับ บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนในประเทศกัมพูชา จำนวน 120 คน ที่สนามฝึกซ้อมของทีม พนมเปญ คราวน์ เอฟซี ทีมดังของประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการเปิดคลินิกฟุตบอลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่สนามแห่งนี้

การเปิดคลินิกครั้งนี้ได้ รันโก้ โพโพวิช กุนซือใหญ่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นคนจัดฐานการฝึกทักษะฟุตบอล พร้อมกับมี 6 นักเตะ ประกอบด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กรวิทย์ นามวิเศษ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, รัตนากร ใหม่คามิ และรูเบนิลสัน ดอส ซานโตส นักเตะชุดใหญ่ของปราสาทสายฟ้า ร่วมฝึกสอนน้องๆ 120 คน อย่างใกล้ชิด

โดยงานนี้มี คุณอดิศักดิ์ ขำล้วน ผู้แทนจากเครื่องดื่มตราช้าง ” ช้าง เติมเต็มคำว่าเพื่อน”, คุณวราภร ศรีวิชัย ผู้แทนจากผลิตภัณฑ์นมเมจิ “ชีวิตดีมีได้ทุกวัน” และคุณสาโรจน์ ส่งติ่น ผู้แทนจาก เมืองไทยประกันชีวิต สำหรับคนหัวคิดทันสมัย ร่วมให้กำลังใจ และพูดคุยกับเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการ

โดย ริธี สำนาง ประธานสโมสร พนมเปญ คราวน์ อีกหนึ่งผู้ให้โอกาสเด็กกัมพูชา ได้เข้าร่วมฟุตบอลคลินิก กล่าวว่า ผมก็ต้องขอบคุณบุรีรัมย์ และช้าง ที่พากันมาเปิดคลินิกฟุตบอลถึง สนามฝึกซ้อมของพนมเปญ คราวน์ ของเรา เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สำหรับ พนมเปญ คราวน์ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มาโดยตลอด และเราก็ให้โอกาสเด็กๆ ทุกคน ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กของกัมพูชา

“ที่กัมพูชา ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเหมือนทีมต้นแบบ และเป็นทีมที่คนกัมพูชาชื่นชอบมาก เมื่อเด็กๆ ทราบว่าจะมีทีมมาเปิดคลินิกสอนฟุตบอล ทุกคนดูตื่นเต้น และอยากที่จะเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้ เราก็ต้องขอบคุณบุรีรัมย์ และพันธมิตรทุกที่มาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ อีกครั้ง”

ทั้งนี้การเปิดคลินิกสอนทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกเกมการแข่งขัน

สำหรับฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เกมที่ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2560 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามไอ-โมบาย สเตเดียม พบ อาร์มี่ เอฟซี ทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยของกัมพูชา คิกออฟเวลา 18.30 น. ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ถ่ายทอดสดเช่นเดิม

“หวานหวาน อรุณณภา” กับฉายา “นางฟ้านักปั่น”

“หวานหวาน” อรุณณภา พาณิชจรูญ ดาราสาวสวย จากช่อง 3 เวลานี้ถูกยก ฉายาให้เป็น “นางฟ้านักปั่น” ตัวจริงเสียงจริง
ใครเล่าจะไปคิด ว่าดาราสาวสวย ที่มีใบหน้าฉาบไปด้วยความหวานหยดขนาดนี้ จะผันตัวเองเข้าสู่วงการ 2 ล้อ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว
เธอคนนี้ โด่งดังสุดขีด มาจากละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ขุนศึก” ที่ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2555
เรียกได้ว่าบทของ “แม่ศรีเมือง” ถือเป็นการ “แจ้งเกิด” แบบเต็มตัวในวงการบันเทิง ตั้งแต่ละครเรื่องแรก
ช่วงออนแอร์ ละครเรื่องนี้กระชากเรตติ้งจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ให้ถวิลหาแต่ “แม่ศรีเมือง” กันทั้งเมือง!

นอกเหนือจากบทบาทในวงการบันเทิง ทุกวันนี้ กิจกรรมที่โปรดปรานสุดๆ ของสาวคนนี้ คือ “การปั่นจักรยาน”

เธอไม่เพียงแต่เลือกเล่นกีฬาชนิดนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง แต่ “หวานหวาน” เลือกเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง และลงแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ อย่างเป็นทางการมาแล้ว

บนเส้นทางที่ยากลำบาก การปั่นขึ้นเขาลงห้วย ไปทุกที่ที่มีทาง เธอคนนี้ได้สัมผัสมาหมด

ไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบสมบุกสมบัน ขัดกับภาพลักษณ์ขนาดนี้ “สนุกสปอร์ต” ขอพาไปทำความรู้จักกับสาวสวยสุดแกร่งรายนี้ให้มากขึ้น

มาดูซิว่า “หวานหวาน” กับ “จักรยาน” เส้นทาง มาบรรจบกันได้อย่างไร?

จุดเริ่มต้นของ การหันมาเล่นกีฬาจักรยาน เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

– หวานปั่นจักรยานมาได้ประมาณเกือบๆจะ 2 ปี แต่เริ่มมาฝึกเทรนจริงๆจังๆ แบบลงแข่งขันราวๆ 1 ปี จุดเริ่มต้นมาจากการที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า เวลาออกกำลังกายโดยการวิ่ง การเต้น การออกกำลังกายที่ลง impact กับเข่าแบบขาดการวอร์มมาตลอด

พอลองปรึกษาแพทย์ เขาก็เลยแนะนำว่า ถ้ายังชอบเล่นกีฬาก็มีให้เลือก ระหว่าง “จักรยาน” และ “ว่ายน้ำ” เลยตัดสินใจเลือกจักรยาน เพราะได้รับคำแนะนำจากพี่ที่สนิทคือ “ดร.เอก-ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม” ที่เป็นทั้งโค้ชและชักชวนให้หันมาลองปั่นจักรยาน

ทำไมถึงชื่นชอบและเลือกกีฬาชนิดนี้

– ตอนช่วงแรกๆ เลยเริ่มปั่นเสือภูเขา หวานชอบที่ได้เที่ยวและได้เล่นกีฬาในเวลาเดียวกัน ที่จริงเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งตั้งแต่เด็กๆ เช่น ขี่ม้า, ว่ายน้ำ, วิ่ง, บาสเก็ตบอล, เทนนิส รู้สึกว่ามันทำให้เรารู้สึกใกล้ธรรมชาติมากขึ้น

แต่พอได้ฝึกฝนแบบจริงจังมากขึ้น ปั่นเสือหมอบ ปั่นแบบไตรกีฬา มันเลยเริ่มหลงรักเสน่ห์ เวลาเราฝึกซ้อมและแข่งขัน เพราะมันได้สมาธิ ได้อยู่กับตัวเองและคุยกับตัวเองตลอดเวลา หวานชอบค่ะ

เหตุผลนอกเหนือจากนั้น แน่นอนว่ามีเรื่องเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ และครอบครัวใหม่ๆ ที่เราได้แบ่งปัน ได้แชร์ และแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นความสุข ที่ทำให้หวานหาซื้อด้วยเงินไม่ได้
ตั้งแต่เริ่มปั่นมานี่ เคยล้มแบบหนักๆ บ้างหรือเปล่า ?

– เคยค่ะ หนักสุดคือที่ถนนสุขุมวิท เส้นพัทยาใต้ จ.ระยอง เราปั่นชิดซ้ายของเรามา แล้วข้างหน้ามันจะมีช่วงเขตก่อสร้างที่มีรถตักดินคันเล็กๆอยู่ ซึ่งพอหวานและพี่ปั่นเข้าไปใกล้ จู่ๆ รถตักดินมันดันหันหัวออกมาข้างถนน

ซึ่งวินาทีนั้นถ้าเราไม่หักหลบ เราก็ชนกับหัวตักรถแน่นอน เราจึงมองหลังและรีบหักขวาออกเลย หวานกำเบรคช้า ล้อหน้าหวานเลยไปเกี่ยวเอาล้อหลังพี่ หวานล้มแบบครูดไปกับถนน ช่วงท้ายทอยลงไปน๊อคพื้นหนึ่งที คือดีที่ใส่หมวกกันน็อค ไม่งั้นคงไม่มาอยู่ตรงนี้แน่นอน

ตั้งแต่เริ่มปั่นจักรยานมา ข้อดีที่ได้รับ คืออะไร?

– เยอะมากๆเลยค่ะ ที่เด่นๆเลยก็ สมาธิ ได้อยู่กับตัวเอง ได้ความแข็งแรง ได้ออกไปเจอธรรมชาติ ได้ครอบครัวพี่ๆน้องๆจักรยาน ได้พบปะผู้คนใหม่ๆที่น่ารัก ได้เพื่อนรัก เพื่อนแท้
มีนักปั่นจักรยานคนใดหรือใครเป็นไอดอลมั้ยครับ?

– หลายคนนะคะ เลือกไม่ถูก มีทั้งคนไทยและต่างชาติ ถ้าเป็นคนใกล้ตัวก็พี่ “ดร.เอก” เลย เพราะเป็นคนชักชวนให้หวานปั่น คอยเทรนนิ่งให้ ที่สำคัญเขาได้ ให้คำแนะนำที่ดี และ มีประโยชน์ รวมทั้งตัวพี่เค้าเอง ก็เป็นคนมุ่งมั่นในการซ้อม และฝึกฝนตัวเองอย่างดี เป็นแบบอย่างที่สุดยอดมากๆ
ทริปที่ประทับใจสุดๆ ตั้งแต่เข้าสู่วงการนักปั่นมา ?

– ทริปที่ประทับใจและตั้งตารอว่าต้องไปปั่นทุกๆปี คือ “สูงสุดแดนสยาม คนพันธุ์อึด พิชิตอินทนนท์” ที่หวานเพิ่งไปร่วมวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สวยมาก ท้าทายมาก ประทับใจจริงๆ

แบ่งเวลาอย่างไร ให้กับการปั่นจักรยาน กับ งานบันเทิง ?

– ตอบง่ายๆเลย ว่าเวลาซ้อมคือ “เวลาที่เราว่าง” ซึ่งเวลาว่างที่เราจัดสรรได้เช่น ถ้างานมีคิวเช้าก็ซ้อมบ่าย ไม่ก็เย็น หรืองานมีบ่ายก็ซ้อมเช้าไม่ก็เย็น หรือทำงานช่วงเย็นก็ซ้อมเช้าไม่ก็บ่ายก่อน

ถ้าซ้อมปั่นบนถนนไม่ได้ ก็ซ้อมในยิม หรือไปไม่ทันที่ยิม ก็เอาจักรยานขึ้นเทรนเนอร์ซ้อมปั่นที่บ้าน ขอให้ได้ปั่นค่ะ
เคยลงแข่งรายการอะไรบ้าง ? รวมถึงรางวัลที่เคยได้รับแล้วภูมิใจสุดๆ

-รางวัลที่หวานภูมิใจที่สุด ก็คือรายการ “หัวหินไตรกีฬา” ค่ะ ถึงจะแข่งเป็นทีม Team-Relay แต่พวกเรา 3 คน ตั้งใจซ้อมและสามัคคีกันมาก และเราได้ที่ 5 เป็นทีมหญิงล้วนที่ได้ขึ้นโพเดียม ทีมหญิงทีมชายแข่งรวมกัน มันเจ๋งมาก หวานต้องขอบคุณพี่ อุ้ย และ ฮอนด้า ที่ทำให้การแข่งสนุกมาก
ไม่กลัวผิวเสียแบบที่สาวๆกลัวบ้างเหรอ และมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรครับ?

– นี่เลยค่ะ ครีมกันแดด, เสื้อแขนยาว, กางเกงขายาว, ผ้าปิดหน้า, แว่น, หมวก 🙂 จะว่าไปก็ปิดหมดทั้งตัวเลยนะคะ 555

แต่ถ้าเหงื่อออกเยอะ ก็ต้องหมั่นเติมครีมกันแดด ทุกๆ 2 ชั่วโมง และเลือกเวลาปั่น เช้าไม่ก็บ่ายแก่ๆ หรือเย็นๆค่ำๆ ก็ช่วยได้ค่ะ
มองอนาคตของวงการจักรยาน ในเมืองไทยว่าจะเป็นอย่างไรครับ?

– ส่วนตัวแล้ว หวานว่าความนิยมของจักรยานจะมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ ไม่ว่าจะแนวกีฬาหรือแนวแฟชั่น เพียงแต่อยากฝากไว้เรื่องนึง คือการปรับตัวของผู้ใช้รถใช้ถนนถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็ขอให้จักรยานได้มีส่วนร่วมระหว่างทางด้วย ใช้ถนนร่วมกันก็ช่วยกันเทคแคร์ ดูแลกันดีกว่าเนอะ
สุดท้ายอยากให้ฝากถึงคนที่เริ่มคิดจะหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน

– อยากให้ลองมาปั่นนะคะ เดี๋ยวนี้หลายร้านมีตัวสำหรับให้ลองปั่น ชอบก็ตัดสินใจซื้อ ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นแพง หรือถ้าไปลองแล้วไม่ใช่ตัวเราก็หากีฬาอย่างอื่นเล่น หวานสนับสนุนกีฬาทุกชนิด ขอแค่เราชอบ มันดีหมดแน่นอนค่ะ เล่นกีฬาอะไรก็ได้ ยังไงก็เพื่อสุขภาพของเรานะคะ

เป็นไงบ้างครับ กับมุมมองและชีวิตอีกด้านของนักแสดงสาวสวยวัย 24 ปีคนนี้ อย่างที่ได้เกริ่นไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรก “นางฟ้านักปั่น” ฉายานี้เหมาะกับเธอที่สุดแล้ว ” หวานหวาน” อรุณณภา พาณิชจรูญ

“ความเชื่อในวันแดงเดือด”

“วันแดงเดือด” ระหว่างสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล ผ่านพ้นไปด้วยความสนุกสุดมัน ไม่เครียดไม่เกร็งมากเหมือนบางเกมที่ผ่านมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งหลังที่ทั้งสองฝ่ายผลัดกันแลก แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเสมอกันไป

 

เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงเคยผ่านศึกแดงเดือดมาในแล้วในหลายสถานภาพ ตั้งแต่เป็นนักเรียน เข้ามหาวิทยาลัย วัยทำงาน จนบางท่านกลายเป็นผู้ใหญ่ที่กลายเป็นคนสำคัญในสังคม มีลูกศิษย์ลูกหา หรือลูกน้องลูกจ้างเต็มบ้านเต็มเมือง

ผมเองก็เช่นกัน จำได้ว่าเกมแรกที่ทำให้กลายเป็นแฟนฟุตบอลชนิดเข้ากระดูกดำคือ “ปิศาจแดง” ปะทะกับ ลิเวอร์พูล ใน เอฟเอคัพ นัดชิงปี 1977 นั่นแหล่ะ

ตั้งแต่นั้นมา จากที่เคยติดตามในฐานะแฟนบอล ก็ได้เข้ามาทำงานในแวดวงสื่อกีฬา จนบางครั้งต้องตกกระไดพลอยโจรเข้ามาทำหน้าที่ผู้บรรยายหรือเป็นพิธีกรวิเคราะห์เกมคู่นี้ แม้กระทั่งเป็นเอ็มซีตามงานถ่ายทอดสด

ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม ได้เห็นความ “อิน” แบบเข้าไส้ของแฟงหงส์แฟนผีในเมืองไทยมาตลอด

ทั้งลีลาการ “ข่ม” กันก่อนเกมบ้าง “ล้อเลียน” หรือ “อำ” กันหลังเกมบ้าง ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในหมู่แฟนบอลของทั้งสองทีมจนกลายเป็นเอกลักษณ์

บางคนทีมรักแพ้ให้คู่ปรับถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดไปทั้งวัน บางรายไม่ยอมพูดยอมจา บางครั้งถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมเองจากซีเรียสตอนนี้มีอายุแล้วได้แต่อมยิ้ม

รุ่นน้องบางคนยังแถมด้วยความเชื่อแปลกๆ มันไว้หนวดไว้เคราเสียเฟิ้มก่อนแข่ง ถามเข้าก็บอกว่าโกนไม่ได้ โกนเมื่อไหร่แพ้เมื่อนั้น

อีกรายก็ถือเคล็ดไม่ยอมใส่เสื้อทีมรักของตัวเองขณะเชียร์บอลคู่นี้ ล่าสุดปีนี้มันก็ไม่ยอมใส่อีก กะว่าชนะแน่ๆเพราะ แมนฯยู กำลังฟอร์มดี ที่ไหนได้ดันลืมเตี๊ยมกับซี้ที่มาด้วยกัน เพื่อนเล่นใส่เบอร์ 6 ของ “ป๊อกบา” สีแดงแปร๊ดมาซะเต็มยศ

พอเกมจบนอกจาก“ป๊อกบา” จะโชว์ฟอร์มไม่ดีแล้ว ยังแจกแฮนด์บอลจุดโทษให้ “หงส์แดง”ซะอย่างนั้น

โชคดีที่ผีไม่แพ้…ไม่งั้นพิธีฌาปนกิจเสื้อหมายเลข 6 อาจเกิดขึ้นก็เป็นได้…!!(555)

ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : “เกือบครึ่งร้อย”

“เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?” นี้คือถามที่รู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับผลการลงมติสนับสนุนเพิ่มทีมแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย จากปัจจุบันที่มี 32 ทีม เป็น 48 ทีมของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติหรือฟีฟ่าซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2026 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า

เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ผลักดันโดย “จานนี่ อินฟานติโน่” ประมุขลูกหนังโลกคนปัจจุบัน ที่เคยพูดไว้ตอนหาเสียง ด้วยเหตุผลจากปากของเจ้าตัวที่ต้องการให้ชาติที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจลูกหนังหรือชาติเล็ก มีโอกาสในการเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มากขึ้น ไม่ได้มีแต่ยอดทีมจากทวีปยุโรปหรือจากทวีปอเมริกาใต้

ที่สำคัญคือรูปแบบของการแข่งขันในตอนที่มี 48 ทีม เบื้องต้น รอบแรกของรอบสุดท้ายจะแบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม เพื่อหาทีมอันดับ 1 กับ 2 ของกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะเป็นเหมือนรูปแบบเดิมซึ่งได้ 2 ทีมจากแต่ละกลุ่มในรอบนี้เพื่อเข้าสู่รอบตัดเชือกต่อไป

พูดง่ายๆคือ เพิ่มรอบการแข่งขันขึ้นมาอีก 2 นัด สำหรับทุกทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้ หรือทีมที่ตกรอบแรกอย่างน้อยๆก็ได้ลงสนาม 2 นัด

หลายคนอาจจะมองว่าเหตุผลที่ทาง “อินฟานติโน่” และฟีฟ่าพยายามผลักดันเรื่องนี้คือเรื่องของ “รายได้” ที่ถูกมองว่าจะสามารถสร้างกำไรให้กับองค์กรลูกหนังโลกมหาศาลมากกว่าเดิม แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ที่เพิ่มทีมไม่ใช้เพราะเรื่องของ “เงิน” เป็นหลัก

ส่วนเรื่องของช่วงระยะเวลาของทัวร์นาเมนต์หรือการแข่งขันจากรอบแรกไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ยังคงเป็นเดือนนึงเหมือนเดิม และคงต้องรอรายละเอียดอื่นๆหลังการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในครั้งต่อไป
ความเห็นหลังจากทราบการลงมติของฟีฟ่าของหลายๆชาติหรือบุคคลในวงการลูกมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) ไม่ค่อยเห็นด้วย เนื่องจากมองว่าจะทำให้ทัวร์นาเมนต์ดูง่ายเกิน จนไม่มีความท้าทาย ใครๆก็ผ่านเข้ารอบได้

หรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่มองว่าควรจะลองพูดคุย ถามความเห็นของคนในวงการลูกหนังอย่าง “นักฟุตบอล” “โค้ช” หรือ “แฟนฟุตบอล” ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ เพราะมองว่า “ตัดสินใจเร็ว” เกินไปหน่อย

ในขณะที่ฝั่งเห็นด้วยมี เสือเตี้ย “ดิเอโก้ มาราโดน่า” ตำนานพระเจ้าลูกหนังชาวอาร์เจนติน่า มองว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะจะทำให้หลายประเทศที่ไม่เคยเข้ารอบสุดท้ายมาก่อน มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย สิ่งที่จะกลายเป็นที่ถกเถียงตามมาคือโควต้าของชาติในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียที่ถือว่าเป็นภูมิภาคใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้โควต้าเพียงแค่ 4.5 ทีมเท่านั้น ซึ่งก็มีข่าวลือเหมือนกันว่าอาจจะได้เพิ่มโควต้ามาเป็น 8.5 ทีมเลยทีเดียว

หรือภูมิภาคแอฟริกาที่มีหลายประเทศแต่ได้โควต้า 5 ทีมก็มีข่าวว่าอาจจะเพิ่มเป็น 9 ทีม เรื่องนี้คงต้องรอดูต่อกันว่า การจัดการ รูปแบบของการแข่งขันและที่สำคัญคือโควต้าของแต่ละภูมิภาคจะออกมาแบบไหน

แต่ที่แน่ๆ การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย คงทำให้ชาติสารขันธ์ในภูมิภาคอาเซียนที่ฝันยิ่งใหญ่มาตลอดว่าจะไปฟุตบอลโลกให้ได้สักครั้ง มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเป็นจริงครับ

“โต๊ะเล็กไทย” ประกาศรายชื่อ 14 แข้ง ลุยชิงแชมป์อาเซียน

ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชุดสู้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ เอไอเอส ฟุตซอล แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2016″ ที่ประเทศไทยได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 23-29 ม.ค.60 ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยทัวร์นาเมนต์นี้มี “เอไอเอส” เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ชาวสเปน ได้ประกาศรายชื่อ ขุนพลชุดสุดท้าย 14 คน ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำโดยแข้งหลักชุดใหญ่อย่าง กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, คฑาวุธ หาญคำภา, ไตรรงค์ เพชรเทียม และสองแข้งดาวรุ่งวัย 19 ปี อย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา กับ ปนัท กิตติภานุวงศ์

โดยรายชื่อ 14 นักเตะมีดังต่อไปนี้
ผู้รักษาประตู : คณิศร ภู่พันธ์ (การท่าเรือ แห่งประเทศไทย), คฑาวุธ หาญคำภา (ชลบุรี บลูเวฟ)
กองหลัง : ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง (การท่าเรือ แห่งประเทศไทย), กฤษดา วงศ์แก้ว (ชลบุรี บลูเวฟ), ปัญญา อรัญภูวนาท (แบงค็อก บีทีเอส)
ริมเส้น : ไตรรงค์ เพชรเทียม (บางกอก ซิตี้), สรศักดิ์ พูนจังหรีด (ชลบุรี บลูเวฟ), จิรวัฒน์ สอนวิเชียร (ชลบุรี บลูเวฟ), นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ (แบงค็อก บีทีเอส), ปนัท กิตติภานุวงศ์ (ราชนาวี), พีระพล สัตย์ซื่อ (แบงค็อก บีทีเอส),
กองหน้า : พีรพัฒน์ แก้ววิลัย (ชลบุรี บลูเวฟ), พู่กัน โด่งดัง (ชลบุรี บลูเวฟ), มูฮัมหมัด อุสมานมูซา (แบงค็อก บีทีเอส)

ส่วนรายชื่อนักเตะทั้ง 6 คนที่ถูกตัดชื่อไป มีดังนี้
ธนโชติ เสาะแสวง (แบงค็อก บีทีเอส), รณชัย จูงวงษ์สุข (เวียงพิงค์เชียงใหม่), ธนพล มณีเพชร (บางกอก ซิตี้), บุรฮานุดดิน ลอแม (เกษมบัณฑิต), ธนาธิป แสงสังข์ (บางกอก ซิตี้), วุฒิชัย แย้มประโคน (วิคตอรี่ ซิตี้)

โดย มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ของทีม ได้กล่าวว่า “ เรื่องตัดตัวนักเตะตนใช้เกณฑ์คัดเลือกดูจาการฝึกซ้อมที่ผ่านมา แน่นอนว่าเราเน้นใช้ดาวรุ่งเป็นหลักบวกกับตัวหลักจากชุดใหญ่ 3-4 คน โดยพวกเขาเหล่านี้จะได้ใช้ประสบการณ์ประคองน้องๆ ซึ่งทีมชุดนี้จะเป็นทีมชุดพลังหนุ่มบวกดาวรุ่งที่น่าจับตามองเพื่อเราจะสานต่อพวกเขาไปสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต ในส่วนของทีมยู 20 จะเรียกตัวอีกครั้ง หลังจบทัวร์นาเม้นต์ชิงแชมป์อาเซียน ใครที่หลุดไปก็เตรียมตัวให้พร้อม ส่วนผู้เล่นทั้งหมด ที่เหลือ 14 คนจะฝึกซ้อมต่อทันทีในวันจันทร์นี้”

สำหรับโปรแกรมอุ่นเครื่องของทีมฟุตซอลไทย 3 นัด เริ่มจาก พบ กรมทางหลวง วันอังคาร์ที่ 17 ม.ค.60 เวลา 17.00 น. ที่สนามซ้อมศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา (กกท.), วันพฤหัสบดีที่ 19 ม.ค.60 พบ ทีมชาติลาว ที่สนามอินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เวลา 17.00 น. และปิดท้ายกับ ทีมออสสตาร์ฟุตซอลลีก วันเสาร์ที่ 21 ม.ค.60 เวลา 13.00 น. ที่โกดัง สเตเดี้ยม

พร้อมเล่นให้ไทย! “นนท์ ม่วงงาม” นายด่านดีกรีทีมชาติชุดเล็กตราไก่

นนท์ ม่วงงาม ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ยันติดทีมตราไก่ 3 นัด แต่พร้อมเล่นให้ทีมชาติไทย หากเรียกตัว พร้อมแจงนามสกุล ม่วงงาม ไม่ใช่ เมืองงาม ล่าสุดยึดมือ 1 “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด อุ่นเครื่องเจ๊า น่าน

โดยภายหลังจากที่มีข่าวว่าทางทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมจะดึง นายด่านวัย 19 ปี ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี อย่าง นนท์ ม่วงงาม เข้ามาร่วมทีม เพื่อเตรียมลุยศึกใหญ่ในช่วงกลางปีนี้ ล่าสุดเองตัวนักเตะเองที่ได้ลงอุ่นเครื่องให้กับต้นสังกัด เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ น่าน เอฟซี 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวานที่ผ่านมาได้ออกมาเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า

“การได้มีชื่อเกี่ยวข้องกับทีมชาติไทย ถือได้ว่าเกียรติสำหรับตนเอง และครอบครัว เป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าหากตนได้รับโอกาส และได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยชุดยู 23 ตนก็พร้อมจะทำหน้าที่ให้ได้ที่สุด และจะขอนำประสบการณ์ในการเล่นลีกที่ฝรั่งเศส มาใช้เพื่อช่วยให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จให้ได้ครับ”

พร้อมกันนี้ดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 180 ซม. ยังได้ออกมาเผยถึงประเด็นที่แฟนบอลยังสงสัยต่างๆ ทั้งชื่อจริงของเจ้าตัว ร่วมถึงการติดธงลงสนามให้กับทีมตราไก่ ชุดอายุไม่เกิน 16 ปีว่า “สำหรับชื่อจริงของตนเองนั้น ชื่อว่า นนท์ ม่วงงาม ไม่ได้อ่านว่า นนท์ เมืองงาม ตามที่เคยปรากฏตามสื่อก่อนหน้านี้ รวมถึงตนเคยลงสนามให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ยู16 มาแล้ว 3 นัด โดยเป็นการแข่งขันรายการพิเศษ 1 นัด และอุ่นเครื่องอีก 2 นัด”

โดย “คุณเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็ออกมาย้ำถึงเรื่องดังกล่าวว่า “สำหรับเรื่องน้อง นนท์ ม่วงงาม ตนยืนยันว่าทีมมีแผนการที่จะเรียกตัวน้อง เข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับทีมจริง ซึ่งตนมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับทีม ร่วมถึงช่วยยกระดับเกมรับของทีมให้มีความแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ”

สำหรับประวัติของ นนท์ ม่วงงาม เกิดที่ จ.อ่างทอง ก่อนจะเดินทางตามครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ร่วมถึงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม น็องซี่ ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมเชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยตัวนักเตะสามารถเล่นให้กับทีมชาติไทยได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะยังไม่เคยผ่านการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ของชาติใดมาก่อน

โปรแกรมของ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในปี 2017 นี้ จะเริ่มด้วยการเข้าร่วมแข่งขัน ดูไบ คัพ ยู-23 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ระหว่างวันที่ 20-28 มี.ค. 60 ต่อด้วย ศึกเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 15-23 ก.ค. 60 ที่ประเทศไทย และกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือนสิงหาคม

ทุ่มงบ 70 ล้าน! “ค้างคาวไฟ” แถลงความพร้อมสู้ศึกไทยลีก 2017

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสร “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เป็นประธานงานเปิดตัวสโมสรในการสู้ศึกฤดูกาล 2017พร้อมด้วย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม และผู้สนับสนุนหลัก นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), นายปริญญา ภาจิตรยรรยง รองกรรมการผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่สนามทุ่งทะเลหลวง

ภายในงานดังกล่าวได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขัน ซึ่งมีชุดเหย้า สีส้ม, ชุดเยือน สีกรมท่า และชุดที่ 3 สีขาว นอกจากชุดแข่งเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีธงชาติติดด้านหลัง
พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดตัว 11 นักเตะใหม่ ประกอบไปด้วย ก้องนธีชัย บุญมา, วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ, อันทอน เซมลิเอนุกกิน, ณัฐวุฒิ คำรินทร์, ชมพู แสงโพธิ์, สุชิน เย็นอารมณ์, อาทิตย์ วิเศษศิลป์, พิชิตย์ ใจบุญ, อัดมิร อโดรวิช, วีรศักดิ์ กายสิทธิ์, เชษฐา กกแก้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ต้องยอมรับ สุโขทัย เอฟซี เป็นทีมมือใหม่ และเป็นทีมที่มีงบประมาณไม่มากเหมือนทีมอื่น แต่ในฤดูกาล 2016 สโมสรทำผลงานได้ดีด้วยการได้แชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ จนได้สิทธิ์ ไปเล่นในเวทีระดับเอเชีย ในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ยังสามารถจบอันดับ 7 ในไทยลีก ที่เพิ่งขึ้นชั้นมาเพียงปีแรกอีกด้วย”

ประธานสโมสร “ค้างคาวไฟ” กล่าวอีกว่า “อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีผู้สนับสนุนอย่าง ช้าง, ซีพี, เซเว่นอีเลฟเว่น, คาราบาวแดง และที่สำคัญที่สุดคือ แฟนบอล ที่คอยหนุนหลังจนทำให้ทีมมายืนตรงจุดนี้ ชาวสุโขทัยรวมใจเป็นหนึ่ง ยึดหลัก “เราสร้างกันมา เราไปด้วยกัน” แฟนบอลไม่เคยทิ้งทีม”

“ดังนั้นในฤดูกาลนี้ ขอยืนยันว่า แม้งบประมาณที่มีเพียง 70 ล้านบาท ซึ่งไม่มากเท่าทีมอื่น ตนในฐานะผู้บริหาร นักเตะ และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จะทำงานหนักอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด เพื่อตอบแทนผู้สนับสนุน และแฟนบอล”
“แต่เวลานี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอันดับได้ดีแค่ไหน แต่ก็หวังสร้างเซอร์ไพรส์เหมือนกับปีที่แล้ว ส่วนในฟุตบอลถ้วยเอเชีย ที่เราได้เข้ามาเล่นครั้งแรก ก็จะพยายามเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบให้ลึกที่สุด”

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า “ในปีนี้ทางสโมสรจะเดินหน้าพัฒนาสนามด้วยการ เพิ่มที่นั่งในอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ให้มีความจุรวมสนามทะเลหลวง 12,000 ที่นั่ง และทำห้องวีไอพีเพิ่มเติมเพื่อรองรับแฟนบอลที่มีมากขึ้น”

“ขณะเดียวกันทางสโมสรจะเร่งสร้างคลับเฮ้าส์ที่สวยงาม เพื่อเป็นที่พบปะสังสรรค์ พูดคุย รวมถึงวิจารณ์เกม ของแฟนบอล โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี พร้อมด้วย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม, นายสมชาย มากมูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนและนักเตะของทีมอาทิ “กัปตันเจ๋ง” ยุทธพงศ์ ศรีละคร, คาตาโนะ ฮิโรมิชิ, จอนห์ บาจโจ้, ดิยุฟ บีรัม ได้ร่วมกันทำพิธีแก้บนใน 9 วัดพร้อมแห่ถ้วยช้าง เอฟเอ คัฟ ด้วยขบวนรถ 99 คัน ไปยังพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้แฟนบอลได้ร่วมชื่นชมความสำเร็จของสโมสร

 

สุดเจ๋ง! “โอเปิ้ล” ยอดนักขับสาวไทย ผู้หญิงคนแรกใน “เอเชียน เลอมังส์”

“โอเปิ้ล” เมธาพันธ์ สุนทรเดช สุดตื่นเต้นกับการเป็นนักขับหญิงคนแรก ในศึกมอเตอร์สปอร์ต เอ็นดูรานซ์ นานาชาติ รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ เผยกดดันที่ต้องสู้กับนักขับฝีมือดีทั่วโลก ขณะยอดนักขับทั้งสิ้น 72 คน ลงซ้อมกระหึ่มสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อบ่ายวันศุกร์ ผลทีมแข่งจากสวิสเซอร์แลนด์ รั้งอันดับ 1 ก่อนดวลสุดโหด 4 ชั่วโมงเต็ม เสาร์-อาทิตย์นี้

ศึกมอเตอร์สปอร์ตเอ็นดูรานซ์ระดับนานาชาติ รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 มีคิวดวลความเร็วสนามที่ 3 ของฤดูกาล ในวันที่ 6-8 มกราคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมีรถแข่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 26 คัน มีนักขับทั้งสิ้น 72 คน ซึ่ง 3 คนจากจำนวนทั้งหมดมีนักขับไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ได้แก่ เมธาพันธ์ สุนทรเดช นักขับสาวคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ และธีระ ซอโสตถิกุล ทีมเมทจากสังกัด พีเอส เรซซิ่ง หมายเลข 68 ในรุ่น ซีเอ็น รวมถึง พอล กาญจนพาส ที่ลงแข่งขันในรุ่น จีที คัพ ร่วมกับ ทีมเอ็นแซด หมายเลข 77

โดยในวันศุกร์ที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการลงซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงเย็น ซึ่งรถแข่งทั้ง 26 คัน จาก 5 รุ่น ได้แก่ LMP2, LMP3, CN, GT และGT Cup ลงทำการซ้อมอย่างพร้อมเพียง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในรอบควอลิฟายซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ และรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์

“โอเปิ้ล” เมธาพันธ์ นักขับสาวคนแรกในรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ เปิดเผยว่า “เป็นครั้งแรกที่มาร่วมแข่งในรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ซึ่งเป็นรายการอินเตอร์มีความน่าสนใจอยู่แล้ว เราต้องการที่อยากจะเรียนรู้ว่าในรายการระดับอินเตอร์เขาทำกันอย่างไร รู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เพราะว่าเพิ่งรู้ว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ด้วย ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้มีนักแข่งหญิงหลายคนที่เก่งเทียบเท่ากับผู้ชาย ตัวเองได้แข่งรายการนี้ก็รู้สึกว่ามีแรงกดดันเยอะ แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ดีที่สุด”

การขับครั้งนี้จริงๆ จะบอกว่ายากก็ยาก แต่จะบอกว่าง่ายก็ง่าย สำหรับเราอาจจะยากหน่อยกับรถประเภทนี้ เพราะไม่เคยจับรถคันนี้มาก่อนเลย วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองขับในรอบฝึกซ้อม คาดหวังว่าเราจะต้องจบการแข่งขัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองต่อไป อยากให้คนไทยมาเชียร์ทีมไทยทีมแรก หญิงไทยคนแรกกันด้วยนะคะ”

ส่วนผู้นำวันแรกเป็นรถแข่ง ออเรก้า 03 อาร์ นิสสัน หมายเลข 8 จากทีม เรซ เพอร์ฟอร์มานซ์ ที่ขับโดย สตรวน มัวร์ นักขับอังกฤษ, ฟาเบียน ชิลเลอร์ นักขับเยอรมัน และจิออจิโอ แม็กกิ นักขับสวิส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.126 วินาที เฉือนจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น LMP2 อย่าง แจ็คกี้ ชาน ดีซี เรซซิ่ง หมายเลข 35 ที่ขับโดย โฮ ปิน ตุง นักขับจีน, กุสตาโว เมเนเซส นักขับอเมริกัน และ โทมัส โลรองต์ นักขับฝรั่งเศส ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 2 เพียง 0.391 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 25 จากทีม อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ขับโดย แม็ตต์ แม็คเมอร์รี นักขับ อเมริกัน, ไมเคิล มุนมันน์ นักขับเยอรมัน และอันเดรีย พิซซิโตลา นักขับฝรั่งเศส ตามหลังหัวแถวเพียง 0.442 วินาที เท่านั้น

สำหรับ ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 สนาม 3 จะทำการควอลิฟายรุ่น จีที และจีที คัพ ในวันเสาร์ที่ 7 มกราคมนี้ เวลา 15.45 น. ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายรุ่น LMP2, LMP3 และCN ในเวลา 16.10 น. ของวันเดียวกัน เพื่อจัดอันดับสตาร์ท โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ เวลา 12.15 – 16.15 น. เป็นเวลาต่อเนื่องทั้งสิ้น 4 ชั่วโมงเต็ม

สำหรับแฟนความเร็วทั่วไปสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016 – 2017 สนาม 3 ได้แล้ววันนี้ ที่บริเวณทางเข้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และจุดจำหน่ายบริเวณ บุรีรัมย์ คาสเซิล บัตรวีไอพี ราคา 2,000 บาท 1 วัน/3,000 บาท 2 วัน, แกรนด์สแตนด์ 300 บาท 1 วัน/500 บาท 2 วัน โดยเปิดให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมผู้ปกครอง (1 คู่ต่อ 1 สิทธิ์) สามารถเข้าเข้าชมการแข่งขันและสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Pit Walk ฟรี!! เพียงแสดงบัตรประชาชนก่อนเข้าชมการแข่งขันที่หน้าทางขึ้นแกรนด์แสตนด์